บทความนี้จะอธิบายให้คุณเข้าใจหลักการข้อง Second Brain + Agentic AI ที่ทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ x 100 เท่า
ช่วงนี้แอป Obsidian กำลัง Hype มาก ในฐานะแอปจัดระเบียบความรู้ที่ต่อเข้ากับสมองของ Agentic AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ พริมจะมาแชร์ Workflow ของตัวเอง ที่ทำให้ใช้ AI เป็นเลขาส่วนตัวคนสนิท ชนิดที่รู้จักเราในทุกๆ เรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวค่ะ
(สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับคำว่า Second Brain และ Agentic AI ลองอ่านดูก่อนค่ะ มีอธิบายไว้ข้างล่างแน่นอน)
Obsidian คืออะไร?
พูดแบบง่ายที่สุดคือ แอปจัดการข้อมูล ที่ทำการแบ่งสัดส่วน และสร้างความเชื่อมโยงของข้อมูล ทำให้ค้นหาได้ง่าย และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้ง่าย หลายคนใช้ Obsidian เป็น Second Brain คือ โยนข้อมูลในชีวิตเราลงไป แล้วจัดระเบียบโดยใช้ระบบ 'Backlink' คือการอ้างอิงไปยังเนื้อหาอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น พริมสนใจเรื่องปรัชญาขงจื่อ พริมอาจจะเขียนบทความเรื่อง "แนวคิดของขงจื่อ" แล้วให้มันลิ้งค์กับอีกบทความชื่อ "ความกตัญญู" Obsidian ก็จะจัดการเชื่อมโยงบทความสองอย่างนี้เข้าด้วยกันอย่างเรียบร้อย
ส่วนที่ดีมากๆ ของ Obsidian คือ เนื้อหา และข้อมูลทั้งหมด จะถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของเรา สามารถเรียกใช้ได้อย่างรวดเร็ว เป็นส่วนตัว และปลอดภัย เมื่อเทียบกับแอปจดบันทึกอื่นๆ เช่น Evernote หรือ Notion แอปเหล่านั้นสู้ไม่ได้เลยในเรื่องความเป็นส่วนตัว
Second Brain?
Second Brain เป็นแนวคิดที่โด่งดังอยู่ช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา แนวคิดของมันก็คือ การสร้างพื้นที่เก็บข้อมูลให้เรียกใช้งานได้ง่าย Workflow ของ Second Brain คือ การนำเข้าข้อมูล - ประมวลผล - และส่งออกข้อมูล เพื่อให้เรานำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นระบบ ออกมาเป็น Output ที่มีคุณค่ากว่าเดิม
มีแนวคิดหลากหลายแบบในการทำ Second Brain แต่แนวคิดที่พริมชอบที่สุด คือ การนำมาใช้กับโปรเจกต์ (เช่น การเขียนหนังสือของพริม) เพราะยิ่งใช้ข้อมูลได้มีประสิทธิภาพเท่าไร โปรเจกต์ก็จะเสร็จได้ไว และมีคุณภาพมากเท่านั้น
Agentic AI?
ลองนึกภาพว่า คุณมีโปรเจกต์หนังสือที่เขียนพร้อมกัน 3 เล่ม และทุกคืนก่อนนอน คุณคุยกับเลขาส่วนตัวที่เป็น AI ผ่านโทรศัพท์ ด้วยประโยคประมาณนี้
- "สวัสดี เลโอ (ชื่อเลขาของพริม) ฉันอยากคุยกับนายว่า ความรักคืออะไร ช่วยรีเสิร์ชความหมายของความรักผ่านวรรณกรรมระดับโลก 5 เรื่องให้หน่อย"
- "ได้เลยครับ (หลังจากนั้น AI ก็หาข้อมูลมาให้) คุณพริมคิดว่า แนวคิดไหนตรงใจคุณที่สุดครับ?"
- "ฉันขอเลือกแบบที่ 1 เพราะ (บอกเหตุผล) นายช่วยอัปเดตข้อมูลนี้ลงในโปรเจกต์หนังสือเกี่ยวกับความรักของฉันด้วยนะ"
- "ได้เลยครับ"
นี่คือวิธีที่พริมกำลังเขียนหนังสือ 3 เล่มพร้อมกันโดยใช้ Agentic AI หรือเอไอที่สามารถ "ลงมือทำ (เช่น แก้ไฟล์ อัปเดตไฟล์)" แทนเราได้นั่นเองค่ะ
ทำไมต้อง Obsidian + Agentic AI?

สาเหตุที่เป็นแบบนั่นขึ้นอยู่กับคำเดียว คือ "Token"
เวลาเราใช้ Agentic AI เราต้องเลือก "สมองส่วนที่ทำหน้าที่คิด" ให้มันก่อน ซึ่งผู้ให้บริการ "โมเดล" เหล่านี้มีหลายเจ้า ทั้ง Gemini (ของ Google), Codex (ของ ChatGPT), หรือที่กำลังโด่งดังในตลาดตอนนี้ก็คือ Claude (ของ Anthropic) ในการเรียกใช้แต่ละครั้ง จะมีการ "กิน Token" เช่น ถ้าให้ทำงานพื้นๆ อาจจะกิน Token หลักหมื่น Token หรือถ้าใช้กับงานซับซ้อน เช่น เขียนโปรแกรม ก็อาจจะกินทีละล้าน Token
คนที่ใช้ Agentic AI ทำงาน จึงต้องเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับงาน เช่น โมเดลกลางๆ สำหรับงานที่ไม่ซับซ้อนมาก โมเดลสูงสำหรับงานยากๆ เป็นต้น
แล้ว Obsidian เข้ามาเกี่ยวยังไง?
ถ้าโมเดล (เช่น Gemini) ที่กล่าวถึงข้างต้นมีหน้าที่ "คิด" Obsidian ก็เข้ามามีส่วนในการ "แบ่งสมองให้เป็นสัดส่วน" อย่างภาพข้างล่างนี้

ทุกคนจะเห็นทางแถบด้านซ้ายมือว่า มีโฟลเดอร์ที่แบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ อย่างเป็นระบบ
และเนื้อหาที่เขียนในโฟลเดอร์เหล่านี้ เป็นเนื้อหาที่ Agentic AI ของเราสามารถอ้างอิงกลับมาได้ทุกครั้ง เช่น เวลาจบวันทุกครั้ง พริมจะสั่งให้ Agent ของพริมสรุปสิ่งที่ต้องทำไว้ใน Daily Note เพื่อให้วันรุ่งขึ้นมาเปิดดูได้ (หรือให้ Agent ดึงข้อมูลมาให้ดูก็ได้) ว่าวันนี้มีอะไรเร่งด่วนต้องทำบ้าง
พูดง่ายๆ คือ Obsidian เป็นเหมือน "ห้อง/ลิ้นชัก" ของสมอง ที่ให้ Agentic AI เข้าถึง และอ้างอิงได้เสมอ และเราก็มาเปิดดูได้เสมอด้วย ว่าตอนนี้ Progress ของโปรเจกต์เราไปถึงไหนแล้ว โดยที่ไม่ต้องลงมือเขียนข้อความในไฟล์เองแม้แต่คำเดียว (เพราะแค่สั่งให้ Agentic AI อัปเดตไฟล์ให้ ก็ครบแล้ว)
และที่สำคัญ เราสามารถเข้าถึง Obsidian ได้ทุกที่ ทั้งผ่านคอมพิวเตอร์และมือถือ ผ่านวิธีดังนี้
- สำหรับคนใช้ระบบ Mac + iOS = นำ Vault ของ Obsidian ไปวางไว้ใน iCloud
- สำหรับคนใช้ระบบอื่น = สมัครบริการ Obsidian Sync มีค่าบริการรายเดือน
สำหรับบทความนี้เป็นเพียงการอธิบายคำศัพท์ และแนวคิดของการสร้าง Agentic AI + Second Brain สำหรับใครที่สนใจวิธี Set Up อย่างละเอียด ก็สามารถ Subscribe Newsletter ของพริม ผ่านการกรอกอีเมล์ไว้ด้านล่างได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะมีข้อมูลอัปเดตมาเรื่อยๆ ค่ะ
ป.ล. บทความต่อเนื่อง สอนวิธีอย่างละเอียดมาแล้วค่ะ กดอ่านได้ ที่นี่